Hotline : 081-2535577, 081-3785276
Hotline : 081-2535577, 081-3785276

บทความและข่าวสาร

คู่มือการเลือกขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน

คู่มือการเลือกขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ในการเลือกเช่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลายครั้งที่ลูกค้ายังคงสับสนระหว่าง kVA กับ kW ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือไฟไม่พอ เครื่องดับ หรือเสียหาย วันนี้บริษัท เคเอสพี เลเซอร์เจน จำกัด จะมาอธิบายความแตกต่างระหว่างหน่วย kVA และ kW พร้อมวิธีคำนวณเพื่อป้องกันความผิดพลาดค่ะ

kVA vs kW ต่างกันอย่างไร?

  • kVA หรือ Apparent Power (กำลังไฟฟ้าปรากฏ) เป็นพลังงานทั้งหมดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าผลิตได้จริง รวมทั้งส่วนที่ใช้งานได้และส่วนที่สูญเสียไป ใช้สำหรับระบุขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • kW หรือ Real Power (กำลังไฟฟ้าที่ใช้จริง) เป็นพลังงานที่อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้งานได้จริง เป็นตัวเลขที่ต้องใช้ในการคำนวณโหลดจริงของไซต์งาน

หลายครั้งเราจะพบว่าลูกค้าเห็นว่าโหลดรวม 400 kW จึงเช่าเครื่อง 400 kVA มา แต่พอใช้งานจริงไฟไม่เพียงพอ เพราะ 400 kVA ให้ kW จริงเพียง 320 kW (ที่ Power Factor 0.8) เท่านั้น

ในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถแจ้งขนาด kW เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีเพลทแจ้งรายละเอียด หรือตัวอักษรเลือนลาง สามารถใช้อุปกรณ์ Clip Amp Meter เพื่อวัดไฟฟ้าที่ใช้งานจริงจากสายไฟได้ หน่วยที่ได้จะอยู่ในรูป แอมป์ (A) หรือ Rated Current ได้เช่นกัน


วิธีคำนวณ kVA

ก่อนจะคำนวณเรามารู้จัก Power Factor กันก่อน โดย Power Factor (PF) คือค่าตัวประกอบกำลังที่บอกว่าพลังงานที่เครื่องผลิตได้ถูกนำไปใช้งานจริงมากแค่ไหน อยู่ระหว่าง 0-1 ในมาตรฐานอุตสาหกรรมใช้ค่า PF = 0.8

1. คำนวณจาก kW (เบื้องต้น)

kVA ที่ต้องการ = kW รวม ÷ Power Factor

ตัวอย่าง: หากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาด 100 kW จะต้องใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 125 kVA

แต่ในความเป็นจริงต้องมีการตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าลักษณะมอเตอร์เป็นแบบใด หากในงานอุตสาหกรรม หลายครั้งที่มอเตอร์ในช่วงสตาร์ทจะใช้กระแสมากขึ้น 2-3 เท่าตัว ดังนั้นจึงควรเพิ่ม Safety Margin เข้าไปอีก หากไม่ได้เผื่อไว้แรงดันจะตกและอุปกรณ์อาจเสียหายได้ โดยเฉพาะมอเตอร์ขนาดใหญ่ 30 kW ขึ้นไป ใช้กระแสสตาร์ตสูงมาก

ประเภทมอเตอร์ กระแสช่วงสตาร์ท
สตาร์ทตรง (DOL) 6–7 เท่า
Star-Delta 2–3 เท่า
Soft Starter 1.5–2 เท่า
VFD (Inverter) 1–1.5 เท่า

2. คำนวณจาก kW (หลังเผื่อ Safety Margin)

kVA ที่ต้องการ = ( kW รวม ÷ Power Factor ) × Safety Margin

ตัวอย่าง: หากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาด 100 kW มอเตอร์เป็นแบบ Star-Delta จะต้องใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดประมาณ 250–375 kVA

3. คำนวณจากค่า Clamp Meter (A)

  • ไฟ 1 เฟส: kVA ที่ต้องการ = ((A × V) ÷ 1,000) ÷ Power Factor
  • ไฟ 3 เฟส: kVA ที่ต้องการ = ((A × V × 1.732) ÷ 1,000) ÷ Power Factor

ตัวอย่างการคำนวณจริง: วัด Clamp Meter ได้ 80A, ระบบ 3 เฟส 380V, Power Factor 0.8, มอเตอร์แบบ Star-Delta (2.5 เท่า)

  • ขั้นที่ 1 — แปลง A เป็น kVA: 80 × 380 × 1.732 ÷ 1,000 = 52.7 kVA
  • ขั้นที่ 2 — หารด้วย Power Factor: 52.7 ÷ 0.8 = 65.9 kVA
  • ขั้นที่ 3 — บวก Safety Margin Star-Delta: 65.9 × 2.5 = 164.7 kVA
  • ขั้นที่ 4 — เลือกรุ่นถัดไป: → เลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 175 kVA

ในกรณีการแปลงจากค่ากระแสจริง มีข้อดีคือเราจะทราบการใช้งานของลูกค้าได้ทันที โดยที่ลูกค้าต้องวัดกระแสจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกจุดในช่วงสตาร์ทหรือช่วงที่ใช้ไฟสูงสุด โดยสามารถอ่านค่าได้จากตู้มิเตอร์ไฟฟ้า (MDB) ของลูกค้า ในบางรุ่นหน้าจอจะมีผลแสดงให้เห็นค่าสูงสุดได้ หรือหากใช้ Clip Amp Meter ในบางรุ่นก็สามารถกดดูค่าสูงสุดได้เช่นกัน

ทั้งนี้ในการเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อย่าลืมแจ้งทางวิศวกรหรือผู้ให้เช่าว่าต้องการใช้ไฟกี่เฟส กี่โวลต์ เพื่อป้องกันความเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ



ไม่แน่ใจว่าต้องการขนาดไหน?

ทีมวิศวกรของ KSP Lasergen พร้อมช่วยคำนวณโหลดและแนะนำขนาดที่เหมาะสมให้คุณฟรี

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี : 034-389354 , 081-2535577 , 081-3785276